เปิดจันทร์ - เสาร์

09.00 - 18.00

น้ำยาหล่อเย็น เติมเองได้ไหม? แชร์ 5 ขั้นตอนการเติมน้ำยาหล่อเย็นและข้อควรระวัง

เลือกหัวข้อที่สนใจ คลิกอ่านได้เลย

เคยสังเกตไหมว่าระดับน้ำยาหล่อเย็นในรถลดลงเรื่อย ๆ? หรือมีไฟเตือนอุณหภูมิเครื่องยนต์ขึ้นบนหน้าปัด? หลายคนอาจกังวลว่าจะต้องเข้าศูนย์หรือเปล่า แต่จริง ๆ แล้วการเติมน้ำยาหล่อเย็นเป็นเรื่องที่คุณสามารถทำเองได้ง่าย ๆ ไม่ยากอย่างที่คิด วันนี้ Q.C. Auto Parts จะมาแชร์ให้ทุกคนรู้ว่าน้ำยาหล่อเย็น เติมเองได้ไหม และจะเติมอย่างไรให้ปลอดภัย ถูกวิธี

น้ำยาหล่อเย็น

น้ำยาหล่อเย็น (Coolant) คืออะไร?

ก่อนจะไปถึงขั้นตอนการเติม เรามาทำความรู้จักกับน้ำยาหล่อเย็นกันก่อน Coolant หรือน้ำยาหล่อเย็นคือของเหลวพิเศษที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยควบคุมอุณหภูมิของเครื่องยนต์ ไม่ให้ร้อนเกินไปหรือเย็นเกินไป ต่างจากน้ำธรรมดาตรงที่มันไม่เดือดง่ายเมื่อร้อนจัด และไม่แข็งตัวเมื่ออากาศหนาวจัด

น้ำยาหล่อเย็นจะถูกสูบโดยปั๊มน้ำให้หมุนเวียนไปตามช่องทางในเครื่องยนต์และหม้อน้ำ เพื่อดูดความร้อนออกจากเครื่องยนต์แล้วระบายผ่านหม้อน้ำ ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานที่อุณหภูมิที่เหมาะสม ถ้าระบบนี้มีปัญหา เช่นหากมีอาการปั๊มน้ำรถเสียหรือน้ำยาหล่อเย็นขาด จะส่งผลให้เครื่องยนต์ร้อนเกิน อันตรายถึงขั้นเสียหายได้

น้ำยาหล่อเย็น เติมเองได้ไหม?

คำตอบคือ ได้แน่นอน! การเติมน้ำยาหล่อเย็นด้วยตัวเองเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยาก แม้จะไม่ใช่ช่างมืออาชีพก็สามารถทำได้ แต่ว่าคุณต้องมีความรู้พื้นฐานและปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้อง โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย เพราะน้ำยาหล่อเย็นมีอุณหภูมิสูงมากเมื่อเครื่องยนต์ทำงาน

5 ขั้นตอนการเติมน้ำยาหล่อเย็นด้วยตัวเองอย่างถูกต้อง

มาถึงส่วนสำคัญที่สุดแล้ว ขั้นตอนการเติมน้ำยาหล่อเย็นที่ถูกวิธี ปลอดภัย และได้ผลจริง ทุกคนสามารถทำตามได้ง่าย ๆ ครับ

น้ำยาหล่อเย็น

1. เตรียมอุปกรณ์และความปลอดภัย (รอเครื่องยนต์เย็นสนิท)

ขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุดคือ รอให้เครื่องยนต์เย็นสนิทก่อน อย่าเพิ่งรีบเปิดฝาหม้อน้ำทันทีหลังจากขับรถ เพราะระบบหล่อเย็นมีแรงดันสูงและอุณหภูมิอาจสูงถึง 100 องศาเซลเซียสหรือมากกว่า ควรรออย่างน้อย 30-60 นาที จนกระทั่งเครื่องยนต์เย็นลงจนสัมผัสได้ด้วยมือ

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม:

  • น้ำยาหล่อเย็นชนิดที่เหมาะกับรถของคุณ (เช็คในคู่มือรถ)
  • น้ำกลั่นหรือน้ำบริสุทธิ์สำหรับผสม (ถ้าน้ำยาเป็นแบบเข้มข้น)
  • ผ้าหรือถุงมือสำหรับจับฝาหม้อน้ำ
  • ช่องไฟฉายถ้าต้องเช็คในที่มืด

2. เปิดฝาหม้อพักน้ำยาหล่อเย็น

เมื่อแน่ใจว่าเครื่องยนต์เย็นแล้ว ให้หาตำแหน่งหม้อพักน้ำยาหล่อเย็น (Coolant Reservoir Tank) ซึ่งมักเป็นถังพลาสติกสีขาวหรือโปร่งใส มีสัญลักษณ์เครื่องยนต์หรือคำเตือนระวังความร้อน และมีขีดบอกระดับ MAX และ MIN อยู่ที่ตัวถัง

ค่อย ๆ เปิดฝาหม้อพักออก (ไม่ใช่ฝาหม้อน้ำตัวหลักที่อยู่บนเครื่องยนต์) หมุนฝาช้า ๆ ครึ่งรอบแรกเพื่อปล่อยแรงดันที่อาจเหลืออยู่ ถ้ามีเสียงฟู่หรือไอน้ำออกมา ให้หยุดและรออีกสักครู่

3. ประเมินระดับน้ำยาหล่อเย็นที่ขาดหายไป

ดูที่ขีดระดับบนตัวหม้อพักน้ำยาหล่อเย็น ว่าระดับน้ำยาอยู่ตรงไหน ระดับปกติควรอยู่ระหว่างขีด MIN และ MAX เมื่อเครื่องยนต์เย็น ถ้าระดับต่ำกว่า MIN แสดงว่าขาดไปพอสมควร

สังเกตสีและสภาพของน้ำยาด้วย น้ำยาหล่อเย็นที่ดีควรมีสีสดใส (อาจเป็นเขียว ชมพู หรือส้มขึ้นอยู่กับชนิด) ถ้าเป็นสีน้ำตาล มีคราบสนิม หรือมีตะกอน อาจต้องเปลี่ยนทั้งระบบแทนที่จะแค่เติม

4. เติมน้ำยาหล่อเย็น (เติมถึงขีดไหน?)

ถึงขั้นตอนการเติมแล้ว ถ้าน้ำยาของคุณเป็นน้ำยาหล่อเย็นพร้อมใช้ (Pre-mixed) ก็เทลงไปได้เลย แต่ถ้าเป็นแบบเข้มข้น (Concentrate) ต้องผสมกับน้ำกลั่นในอัตราส่วนที่แนะนำ (มักจะ 50:50)

เติมน้ำยาลงในหม้อพักช้า ๆ จนกระทั่งระดับขึ้นมาอยู่ระหว่างขีด MIN และ MAX ไม่ควรเติมเกิน MAX เพราะเมื่อเครื่องยนต์ร้อนน้ำยาจะขยายตัวและอาจล้นออกมา เติมจนถึงประมาณ 3/4 ระหว่างสองขีดก็เพียงพอแล้ว

5. ไล่อากาศเบื้องต้นหลังการเติม

หลังจากเติมแล้ว ให้ปิดฝาหม้อพักน้ำยาหล่อเย็นให้แน่น จากนั้นสตาร์ทเครื่องยนต์และปล่อยให้ทำงานประมาณ 5-10 นาที โดยเปิดแอร์หรือฮีตเตอร์ที่อุณหภูมิสูงสุด เพื่อให้น้ำยาหมุนเวียนไปทั่วระบบ

ระหว่างนี้สังเกตว่ามีน้ำยารั่วตรงไหนหรือไม่ และดูที่เกจอุณหภูมิว่าอยู่ในระดับปกติหรือเปล่า เมื่อเครื่องยนต์เย็นลงแล้วให้เช็คระดับอีกครั้ง เติมเพิ่มถ้าจำเป็น เพราะบางครั้งอากาศในระบบจะถูกไล่ออก ทำให้ระดับน้ำยาลดลงเล็กน้อย

ข้อควรระวังในการเติมน้ำยาหล่อเย็น

แม้ว่าการเติมน้ำยาหล่อเย็นจะไม่ยาก แต่มีข้อควรระวังสำคัญที่ต้องรู้ไว้ เพื่อความปลอดภัยและป้องกันความเสียหายต่อระบบ

ห้ามเปิดฝาหม้อน้ำขณะเครื่องยนต์ร้อนจัด

นี่คือข้อห้ามสำคัญที่สุด! ห้ามเปิดฝาหม้อน้ำหรือฝาหม้อพักขณะที่เครื่องยนต์ยังร้อนอยู่ เพราะระบบหล่อเย็นมีแรงดันสูงมาก การเปิดฝาทันทีอาจทำให้น้ำยาหล่อเย็นร้อนจัดพุ่งออกมาใส่ เสี่ยงต่อการถูกลวกอย่างรุนแรง

รอให้เครื่องยนต์เย็นสนิทอย่างน้อย 30-60 นาที และแม้จะเย็นแล้วก็ควรใช้ผ้าหุ้มมือขณะเปิดฝา หมุนช้า ๆ ครึ่งรอบแรกเพื่อปล่อยแรงดันก่อน ความปลอดภัยคือเรื่องสำคัญที่สุดเสมอ

ห้ามเติมน้ำยาหล่อเย็นต่างชนิด/ต่างสีลงไปผสม

น้ำยาหล่อเย็นมีหลายชนิดและหลายสี เช่น สีเขียว (Inorganic Additive Technology) สีชมพู/แดง (Organic Acid Technology) หรือสีส้ม (Hybrid OAT) แต่ละชนิดมีสารเคมีต่างกัน ห้ามผสมน้ำยาหล่อเย็นต่างชนิดหรือต่างสีเข้าด้วยกัน เพราะอาจเกิดปฏิกิริยาเคมี ตกตะกอน หรือสูญเสียคุณสมบัติในการปกป้องเครื่องยนต์

ควรใช้น้ำยาหล่อเย็นชนิดเดียวกับที่มีอยู่เดิมในระบบ หรือถ้าไม่แน่ใจควรล้างระบบและเปลี่ยนทั้งหมดเป็นน้ำยาใหม่ตามที่ผู้ผลิตรถแนะนำ

ห้ามเติมน้ำเปล่าแทนน้ำยาหล่อเย็น

บางคนอาจคิดว่าถ้าเติมน้ำเปล่าลงไปก็พอใช้ได้ แต่นี่เป็นความเข้าใจผิดที่อันตราย น้ำเปล่าไม่สามารถทำงานได้ดีเท่ากับน้ำยาหล่อเย็นเพราะขาดสารป้องกันสนิม สารลดอุณหภูมิเดือด และสารกันเยือกแข็ง นอกจากนี้น้ำเปล่ายังทำให้เกิดตะกรันและสนิมในระบบได้

ถ้าเป็นกรณีฉุกเฉินจริง ๆ ที่น้ำยาขาดระหว่างทางและหาซื้อไม่ได้ อาจใช้น้ำเปล่าเติมชั่วคราวเพื่อขับไปยังอู่หรือปั๊มใกล้ที่สุด แต่ต้องรีบเปลี่ยนเป็นน้ำยาหล่อเย็นที่เหมาะสมโดยเร็วที่สุด

คำถามพบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับน้ำยาหล่อเย็น

มีคำถามเกี่ยวกับน้ำยาหล่อเย็นที่หลายคนสงสัยเหมือนกัน มาหาคำตอบกัน

น้ำยาหล่อเย็น ต้องผสมน้ำไหม?

ขึ้นอยู่กับชนิดของน้ำยาหล่อเย็นที่คุณซื้อมา ถ้าเป็นแบบ Pre-mixed หรือพร้อมใช้ ก็ไม่ต้องผสมน้ำ เทลงไปใช้ได้เลย แต่ถ้าเป็นแบบ Concentrate หรือเข้มข้น จะต้องผสมกับน้ำกลั่นหรือน้ำบริสุทธิ์ในอัตราส่วน 50:50 (ครึ่งน้ำยา ครึ่งน้ำ) หรือตามที่ระบุบนฉลาก การผสมในอัตราส่วนที่ถูกต้องจะช่วยให้ได้จุดเดือดและจุดเยือกแข็งที่เหมาะสม อย่าลืมว่าต้องใช้น้ำกลั่นหรือน้ำบริสุทธิ์เท่านั้น ห้ามใช้น้ำประปาเพราะมีแร่ธาตุที่อาจทำให้เกิดตะกรัน

น้ำยาหล่อเย็น แต่ละสีต่างกันอย่างไร?

น้ำยาหล่อเย็นมีหลายสี และแต่ละสีบ่งบอกถึงชนิดและสูตรที่แตกต่างกัน สีเขียวมักเป็น IAT (Inorganic Additive Technology) เหมาะกับรถเก่า อายุประมาณ 2-3 ปี สีชมพูหรือแดงเป็น OAT (Organic Acid Technology) ใช้ได้นาน 5 ปีขึ้นไป สีส้มหรือเหลืองมักเป็น HOAT (Hybrid OAT) เป็นสูตรผสม

ที่สำคัญคือแต่ละสีมีสารเคมีต่างกัน ห้ามนำมาผสมกัน ควรใช้ตามที่ผู้ผลิตรถแนะนำเสมอ ถ้าไม่แน่ใจให้เช็คคู่มือรถหรือถามผู้เชี่ยวชาญ

น้ำยาหล่อเย็น ควรเปลี่ยนทุกกี่กิโลเมตร?

ระยะการเปลี่ยนน้ำยาหล่อเย็นขึ้นอยู่กับชนิดและคำแนะนำของผู้ผลิตรถ โดยทั่วไป น้ำยาชนิด IAT (สีเขียว) ควรเปลี่ยนทุก 40,000-60,000 กิโลเมตร หรือทุก 2-3 ปี ส่วนน้ำยาชนิด OAT หรือ HOAT (สีชมพู/ส้ม) มีอายุยาวนานกว่า เปลี่ยนได้ทุก 100,000-150,000 กิโลเมตร หรือทุก 5 ปี

แต่ถ้าเห็นว่าน้ำยาเปลี่ยนสี เป็นน้ำตาล มีคราบสนิม หรือตะกอน ควรเปลี่ยนทันทีไม่ต้องรอถึงกำหนด และถ้าพบว่าระดับน้ำยาลดบ่อย ๆ แสดงว่ามีการรั่วซึมที่ต้องแก้ไข

น้ำยาหล่อเย็นต้องเติมบ่อยแค่ไหน?

ถ้าระบบหล่อเย็นปกติดี น้ำยาหล่อเย็นไม่ควรลดลงมากหรือต้องเติมบ่อยๆ อาจต้องเติมเล็กน้อยทุก 6 เดือนถึง 1 ปี เนื่องจากการระเหยเล็กน้อยตามธรรมชาติ แต่ถ้าพบว่าต้องเติมน้ำยาหล่อเย็นบ่อยกว่านี้ เช่น ทุกเดือนหรือทุกสัปดาห์ นั่นเป็นสัญญาณว่ามีปัญหา

สรุป

การเติมน้ำยาหล่อเย็นด้วยตัวเองเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายและประหยัด เพียงแค่ปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้อง คือ รอให้เครื่องเย็นก่อน เปิดฝาหม้อพักอย่างระมัดระวัง ประเมินระดับ เติมน้ำยาชนิดเดียวกัน และไล่อากาศหลังเติม อย่าลืมข้อห้ามสำคัญ คือ ห้ามเปิดฝาขณะเครื่องร้อน ห้ามผสมน้ำยาต่างชนิด และห้ามใช้น้ำเปล่าแทน

แต่ถ้าพบว่าต้องเติมบ่อยเกินไป ควรตรวจสอบว่ามีการรั่วหรือชิ้นส่วนเสียหรือไม่ เช่น ปั๊มน้ำ สายยาง หรือหม้อน้ำ การดูแลระบบหล่อเย็นอย่างสม่ำเสมอจะช่วยยืดอายุเครื่องยนต์และป้องกันความเสียหายที่มีค่าใช้จ่ายสูง

ทำไมควรเชื่อถือคำแนะนำจาก Q.C. Auto Parts

Q.C. Auto Parts เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอะไหล่รถยนต์ที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 เราเริ่มต้นจากร้านเล็ก ๆ แต่ด้วยความมุ่งมั่นและใส่ใจในคุณภาพ วันนี้เราได้เติบโตเป็นผู้จำหน่ายอะไหล่ชั้นนำที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลายแบรนด์ ทั้ง TAIFU, HI-TRUX, FIX-DRIVE, GAX, OKUL, NUK และ KAO-TOTA

เรามีทีมงานที่รู้จริง เข้าใจระบบหล่อเย็นอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่ปั๊มน้ำคุณภาพสูงที่ผ่านการทดสอบบนถนนไทยจริง ไปจนถึงน้ำยาหล่อเย็นและอะไหล่ทุกชิ้นในระบบ พร้อมด้วยโกดังสินค้าขนาดใหญ่ ระบบควบคุมสต๊อกที่มีประสิทธิภาพ และการจัดส่งที่รวดเร็ว

ถ้าคุณมีปัญหาเกี่ยวกับระบบหล่อเย็น ทีมงาน Q.C. Auto Parts พร้อมให้คำปรึกษาและแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับรถของคุณ เพราะเราไม่เพียงแค่ขายสินค้า แต่เราใส่ใจในการบริการและความพึงพอใจของลูกค้าทุกท่านเป็นหัวใจสำคัญ

ติดต่อปรึกษาฟรี: 

หจก. คิวซี ออโตพาร์ท (Q.C. Auto Parts) 📍 

ที่อยู่: 149 ตรอกสะพานยาว ถนนมหาเศรษฐ์ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพฯ 

เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 9.00 – 18.00 น. 

เบอร์โทร: 022349388Line: LINE

สโลแกนโลเร็ม อิปซัม คำไกด์ไลน์เท่านั้น

โลเร็มอิปซัม คำไกด์ไลน์เท่านั้น โลเร็มอิปซัมคำไกด์ไลน์เท่านั้น
โลเร็มอิปซัม คำไกด์ไลน์เท่านั้น โลเร็มอิปซัมคำไกด์ไลน์เท่านั้นโลเร็มอิปซัม คำไกด์ไลน์เท่านั้นโลเร็มอิปซัมคำไกด์ไลน์เท่านั้น
โลเร็มอิปซัม คำไกด์ไลน์เท่านั้น โลเร็มอิปซัมคำไกด์ไลน์เท่านั้น

บทความที่เกี่ยวข้อง

คัปปลิ้ง (Coupling) คืออะไร? เจาะลึกคัปปลิ้งแบบต่างๆที่ใช้ในอุตสาหกรรม พร้อมวิธีการเลือกใช้งาน

คัปปลิ้ง (Coupling) คืออะไร? หน้าที่ ประเภท ปัญหา และวิธีแก้ไขครบจบ

ดิสเบรค

ดรัมเบรก กับ ดิสเบรค คืออะไร? ความแตกต่าง แล้วเลือกแบบไหนดีกว่ากัน