เปิดจันทร์ - เสาร์

09.00 - 18.00

ดรัมเบรก กับ ดิสเบรค คืออะไร? ความแตกต่าง แล้วเลือกแบบไหนดีกว่ากัน

ดิสเบรค

เลือกหัวข้อที่สนใจ คลิกอ่านได้เลย

ถ้าเป็นคนรักรถหรือเคยซ่อมรถเอง คงเคยได้ยินคำว่า ดรัมเบรก กับ ดิสเบรค กันมาบ้างแล้ว ระบบเบรกทั้งสองแบบนี้เป็นหัวใจสำคัญของความปลอดภัยในการขับขี่ แต่หลายคนยังสงสัยว่าทั้งสองระบบต่างกันยังไง ใช้งานแบบไหนดีกว่ากัน และควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับรถของตัวเอง วันนี้ Q.C. Auto Parts จะมาไขข้อสงสัยให้ชัดเจนกัน

ดิสเบรค

ดรัมเบรก กับ ดิสเบรค คืออะไร?

ก่อนจะเปรียบเทียบกัน เรามาทำความรู้จักกับระบบเบรกทั้งสองแบบให้เข้าใจกันก่อน เพราะแต่ละแบบมีโครงสร้างและหลักการทำงานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

ดรัมเบรก คืออะไร?

ดรัมเบรก เป็นระบบเบรกแบบดั้งเดิมที่ใช้กระบอกโลหะกลม (Drum) หมุนไปกับล้อ เมื่อเหยียบเบรก ผ้าเบรกจะกางออกกดแนบผิวด้านในดรัม เกิดแรงเสียดทานจนล้อหยุด

ข้อดี: ราคาถูก ทนทาน เหมาะกับรถที่ไม่วิ่งเร็วมาก ชิ้นส่วนถูกปิดคลุมป้องกันฝุ่นและความชื้นได้ดี

ข้อเสีย: ระบายความร้อนได้ไม่ดี ถ้าเบรกบ่อยหรือลงเขายาว อาจเกิด Brake Fade (เบรกไม่อยู่) การเปลี่ยนผ้าเบรกยุ่งยากเพราะต้องถอดดรัมออกก่อน

ดิสเบรค คืออะไร?

ดิสเบรค เป็นระบบที่ใช้จานเบรก (Disc) แบนๆ หมุนไปกับล้อ เมื่อเหยียบเบรก ลูกสูบดิสเบรค ใน Caliper จะดันผ้าเบรกหนีบจานเบรกทั้งสองด้าน เกิดแรงเสียดทานหยุดล้อ

ข้อดี: ประสิทธิภาพสูง ตอบสนองไว ระบายความร้อนดีเยี่ยม เหมาะกับการขับเร็วหรือใช้งานหนัก ดูแลรักษาง่าย มองเห็นสภาพผ้าเบรกได้ทันที

ข้อเสีย: ราคาแพงกว่า ผ้าเบรกอาจสึกเร็วกว่าเล็กน้อย จานเบรกอาจเป็นสนิมถ้าไม่ดูแล

ดิสเบรค VS ดรัมเบรก เปรียบเทียบความแตกต่าง

ตอนนี้เรารู้จักทั้งสองระบบแล้ว มาดูกันว่าในแง่มุมต่าง ๆ แต่ละแบบเหนือกว่ากันตรงไหน

ดิสเบรค

1. ประสิทธิภาพการเบรกและความปลอดภัย

เรื่องนี้ถือว่าสำคัญที่สุดเลย เพราะเกี่ยวกับชีวิตเรา ดิสเบรค ให้ประสิทธิภาพการเบรกที่ดีกว่าอย่างชัดเจน ตอบสนองไว ระยะเบรกสั้นกว่า และที่สำคัญคือคงประสิทธิภาพได้แม้ใช้งานต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเบรกบ่อยแค่ไหนก็ยังเบรกอยู่

ดรัมเบรก ในสภาพปกติก็ให้ประสิทธิภาพการเบรกที่ดีพอใช้ แต่ถ้าต้องเบรกหนักหรือบ่อย ๆ เช่น ขับลงเขา จะเกิดอาการความร้อนสะสม ทำให้ประสิทธิภาพลดลง หรือที่เรียกว่า Brake Fade ซึ่งอันตรายมาก ถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้บ่อย ๆ ดิสเบรคเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่าแน่นอน

2. การระบายความร้อน

นี่คือจุดที่ต่างกันมากที่สุด ดิสเบรค มีการระบายความร้อนที่เหนือกว่าชัดเจน เพราะจานเบรกโผล่อยู่ข้างนอก โดนลมพัดตลอดเวลาที่วิ่ง ความร้อนจากการเสียดทานจึงระบายออกไปได้เร็ว ไม่สะสม

ดรัมเบรก เป็นระบบปิด ความร้อนถูกกักไว้ภายในดรัม ระบายออกได้ช้า ถ้าใช้งานหนักติดต่อกัน อุณหภูมิจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งประสิทธิภาพการเบรกลดลง นี่คือเหตุผลว่าทำไมรถที่วิ่งเร็วหรือหนักจึงมักใช้ดิสเบรคเป็นหลัก

3. ความซับซ้อนในการบำรุงรักษาและอายุการใช้งาน

ถ้าพูดถึงความง่ายในการดูแลรักษา ดิสเบรค ชนะแบบเอาเรื่อง เพราะแค่มองก็เห็นสภาพผ้าเบรกและจานเบรกเลย ตรวจสอบความหนาผ้าเบรก ดูรอยบากของจานเบรก หรือเปลี่ยนผ้าเบรกก็ทำได้ง่าย ไม่ต้องถอดอะไรมาก

ดรัมเบรก การตรวจสอบหรือซ่อมบำรุงยุ่งยากกว่า เพราะต้องถอดดรัมออกมาก่อนถึงจะเห็นผ้าเบรกข้างใน แต่ในแง่อายุการใช้งาน ดรัมเบรกอาจทนกว่าเล็กน้อย เพราะชิ้นส่วนถูกปิดคลุมไว้ ไม่โดนฝุ่นละอองและความชื้นตรงๆ ผ้าเบรกจึงสึกช้ากว่าอย่างไรก็ตาม หลายคนอาจสงสัยว่าถ้าเบรกเริ่มติดล่ะ ควรทำยังไง? ถ้าเป็นเบรกหน้าติด เราแนะนำให้อ่าน วิธีแก้เบรคหน้าติดรถยนต์ เพื่อเข้าใจสาเหตุและวิธีแก้ไขที่ถูกต้อง

เมื่อไหร่ที่ต้องเปลี่ยนหรือซ่อมบำรุง

ไม่ว่าจะใช้ระบบไหน การบำรุงรักษาเป็นสิ่งจำเป็น สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาต้องเช็คหรือเปลี่ยนมีอะไรบ้าง ลองสังเกตดูว่า เวลาเหียบเบรกมีเสียงดังแบบกรี๊ดหรือไม่ ถ้ามีอาจหมายความว่าผ้าเบรกบางหรือสึกมากแล้ว หรือถ้ารู้สึกว่าเบรกไม่อยู่เหมือนเดิม ต้องเหยียบลึกกว่าปกติถึงจะหยุด นั่นคือสัญญาณเตือนชัด ๆ

อีกเรื่องที่ต้องระวังคือ ถ้ารถสั่นตอนเบรก อาจเป็นเพราะจานเบรกผิดรูป หรือดรัมไม่กลม ซึ่งต้องเข้าซ่อมด่วนทันที หรือถ้าพบว่าแป้นเบรกแข็งผิดปกติ อาจเป็นปัญหาที่ระบบไฮดรอลิก ไม่ควรมองข้าม โดยทั่วไปแนะนำให้ตรวจเช็คระบบเบรกทุก ๆ 10,000-15,000 กิโลเมตร หรือปีละครั้งเป็นอย่างน้อย

การเลือกใช้ผ้าเบรกและจานเบรกให้เหมาะสมกับรถยนต์

เลือกชิ้นส่วนให้เหมาะกับการใช้งานจริงของเราจะทำให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ถ้าขับในเมือง ไม่ได้วิ่งเร็วมาก ผ้าเบรกและจานเบรกคุณภาพมาตรฐานก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าขับเร็ว หรือต้องเบรกหนักบ่อย ๆ ควรเลือกผ้าเบรกที่ทนความร้อนสูง อาจเป็นสูตรเซรามิกหรือคาร์บอน

สำหรับจานเบรก ถ้าใช้งานหนักมาก มีจานเบรกแบบเจาะรูหรือมีร่อง (Drilled/Slotted) ที่ช่วยระบายความร้อนและระบายก๊าซจากการเสียดทานได้ดีขึ้น แต่ราคาก็แพงขึ้นตามไปด้วย สิ่งสำคัญคือต้องเลือกของที่ผ่านมาตรฐานและเหมาะกับรุ่นรถเรา อย่าลืมว่าลูกสูบดิสเบรคก็เป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนสำคัญที่ต้องดูแล เพราะมีหน้าที่ดันผ้าเบรกให้หนีบจานเบรก

สรุป

ทั้ง ดรัมเบรก และ ดิสเบรค ต่างก็มีข้อดีข้อเสียของตัวเอง ดรัมเบรกเหมาะกับรถที่ใช้งานเบา ๆ ในเมือง ราคาถูก ทนทาน แต่ถ้าต้องการประสิทธิภาพสูง ความปลอดภัยดีกว่า และใช้งานหนัก ดิสเบรคคือคำตอบ รถยนต์สมัยใหม่ส่วนใหญ่จึงใช้ดิสเบรคที่ล้อหน้าทั้งคู่ บางรุ่นก็ใช้ทั้งหน้าหลังเลย

สิ่งสำคัญคือไม่ว่าจะเป็นระบบไหน การดูแลรักษาสม่ำเสมอคือกุญแจสำคัญของความปลอดภัย อย่าละเลยการตรวจเช็คและเปลี่ยนชิ้นส่วนเมื่อถึงเวลา

ทำไมควรเชื่อถือคำแนะนำจาก Q.C. Auto Parts

เมื่อพูดถึงอะไหล่รถยนต์คุณภาพและคำแนะนำที่เชื่อถือได้ Q.C. Auto Parts คือคำตอบ เราเริ่มต้นจากร้านเล็ก ๆ ในปี พ.ศ. 2546 ด้วยความมุ่งมั่นและใส่ใจในทุกรายละเอียด จนวันนี้เติบโตเป็นผู้จัดจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ที่มีสินค้าหลากหลายแบรนด์ภายใต้การดูแล ไม่ว่าจะเป็น TAIFU, HI-TRUX, FIX-DRIVE, GAX, OKUL, NUK และ KAO-TOTA

ทีมงานของเราไม่ได้แค่ขายของ แต่เราให้ความสำคัญกับการบริการและคำแนะนำที่ตรงประเด็น เพราะเราเข้าใจดีว่าอะไหล่รถไม่ใช่แค่ชิ้นส่วน แต่เป็นเรื่องของความปลอดภัย เรามีโกดังขนาดใหญ่พร้อมระบบควบคุมสต็อกที่มีคุณภาพ จัดส่งรวดเร็วและถูกต้อง เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านได้รับสินค้าที่ต้องการอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ติดต่อปรึกษาฟรี:ห้างหุ้นส่วนจำกัด คิวซี ออโตพาร์ท (Q.C. Auto Parts)
📍 ที่อยู่: 149 ตรอกสะพานยาว ถนนมหาเศรษฐ์ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพฯ
⏰ เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 9.00 – 18.00 น.
📞 เบอร์โทร: 022349388
💬 Line: LINE

สโลแกนโลเร็ม อิปซัม คำไกด์ไลน์เท่านั้น

โลเร็มอิปซัม คำไกด์ไลน์เท่านั้น โลเร็มอิปซัมคำไกด์ไลน์เท่านั้น
โลเร็มอิปซัม คำไกด์ไลน์เท่านั้น โลเร็มอิปซัมคำไกด์ไลน์เท่านั้นโลเร็มอิปซัม คำไกด์ไลน์เท่านั้นโลเร็มอิปซัมคำไกด์ไลน์เท่านั้น
โลเร็มอิปซัม คำไกด์ไลน์เท่านั้น โลเร็มอิปซัมคำไกด์ไลน์เท่านั้น

บทความที่เกี่ยวข้อง

คัปปลิ้ง (Coupling) คืออะไร? เจาะลึกคัปปลิ้งแบบต่างๆที่ใช้ในอุตสาหกรรม พร้อมวิธีการเลือกใช้งาน

คัปปลิ้ง (Coupling) คืออะไร? หน้าที่ ประเภท ปัญหา และวิธีแก้ไขครบจบ

ดิสเบรค

ดรัมเบรก กับ ดิสเบรค คืออะไร? ความแตกต่าง แล้วเลือกแบบไหนดีกว่ากัน