เปิดจันทร์ - เสาร์

09.00 - 18.00

สาเหตุและวิธีแก้เบรคหน้าติด (Brake Drag) ด้วยตัวเอง

วิธีแก้เบรคหน้าติด

เลือกหัวข้อที่สนใจ คลิกอ่านได้เลย

ถ้าขับรถออกไปแล้วรู้สึกว่ารถอืดกว่าปกติ หรือได้กลิ่นไหม้แปลก ๆ ที่ล้อหน้า แล้วลองไปจับดูล้อแล้วร้อนผิดปกติ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่ารถคุณกำลังเจอปัญหาลูกสูบเบรคติด หรือที่เรียกว่า Brake Drag ซึ่งเป็นปัญหาที่หลายคนมักเจอ แต่ไม่ค่อยได้ให้ความสนใจจนกว่าจะเป็นปัญหาใหญ่โต

วิธีแก้เบรคหน้าติด ไม่ใช่แค่เรื่องของการเสียเงินซ่อม แต่ยังเป็นเรื่องของความปลอดภัยในการขับขี่อีกด้วย เพราะเบรคที่ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพอาจส่งผลให้ระยะห้ามรถยาวขึ้น หรือเกิดอุบัติเหตุได้ วันนี้เราจะมาดูกันว่า อาการลูกสูบเบรคติด มีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง และมีวิธีแก้ไขเบื้องต้นอย่างไรที่คุณสามารถทำได้เองที่บ้าน

วิธีแก้เบรคหน้าติด

อาการเบรคหน้าติดที่สังเกตได้ (อาการลูกสูบเบรคติด)

ก่อนจะรู้จักวิธีแก้ เราต้องรู้ก่อนว่าปัญหา อาการลูกสูบเบรคติด มีอาการแบบไหนบ้าง เพื่อที่เราจะได้ตรวจสอบและแก้ไขได้ทันท่วงที ซึ่งอาการเบรคติดส่วนใหญ่จะสังเกตได้ไม่ยาก เพียงแค่คุณใส่ใจกับพฤติกรรมการทำงานของรถในแต่ละวัน

1. ล้อหน้ามีความร้อนสูงผิดปกติ

เมื่อขับรถไปสักระยะหนึ่งแล้วจอดรถ ลองลงไปจับดูที่กระทะล้อหน้า ถ้ารู้สึกว่าร้อนมาก หรือร้อนกว่าล้อหลังอย่างชัดเจน นั่นอาจหมายความว่าผ้าเบรคยังคงแนบกับจานเบรคอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดความร้อนสะสมขึ้น ซึ่งเป็นอาการหนึ่งของ อาการลูกสูบเบรคติด โดยเฉพาะถ้าเพิ่งขับรถมาไม่นาน แต่ความร้อนสูงผิดปกติมาก ควรรีบตรวจสอบทันที

2. มีกลิ่นไหม้หรือควันบริเวณล้อหน้า

กลิ่นไหม้คล้ายยางหรือผ้าเบรคไหม้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่ามีบางอย่างผิดปกติ ในบางกรณีที่รุนแรงอาจเห็นควันออกมาจากล้อหน้าด้วยซ้ำ นี่คืออาการของการเสียดสีระหว่างผ้าเบรคกับจานเบรคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถ้าปล่อยไว้นานอาจทำให้ผ้าเบรคเสื่อมสภาพเร็ว หรือแม้กระทั่งจานเบรคบิดงอได้

3. รถอืด กินน้ำมัน และเร่งไม่ขึ้น

วิธีแก้เบรคหน้าติด หนึ่งในสัญญาณที่สำคัญคือการที่รถอืดผิดปกติ เหมือนมีอะไรมาดึงรั้งรถไว้ตลอดเวลา ทำให้การเร่งรถไม่ลื่นไหลเหมือนเดิม และที่สำคัญ การที่เบรคติดอยู่ตลอดนั้นหมายความว่าเครื่องยนต์ต้องใช้กำลังมากขึ้นในการขับเคลื่อนรถ ส่งผลให้กินน้ำมันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

4. พวงมาลัยสั่น หรือรถดึงไปด้านใดด้านหนึ่ง

ถ้าสังเกตว่าตอนขับรถปกติ รถมีอาการดึงไปทางซ้ายหรือขวา หรือพวงมาลัยสั่น โดยเฉพาะตอนเหยียบเบรค อาจเป็นไปได้ว่าเบรคข้างใดข้างหนึ่งติดมากกว่าอีกข้าง ทำให้แรงเบรคไม่เท่ากัน อาการแบบนี้ไม่ควรมองข้าม เพราะส่งผลต่อความปลอดภัยในการขับขี่โดยตรง

5 สาเหตุหลักที่ทำให้เบรคหน้าติด

เมื่อเรารู้อาการแล้ว คราวนี้มาดูกันว่าสาเหตุของ วิธีแก้เบรคหน้าติด มาจากอะไรบ้าง เพราะการรู้สาเหตุจะช่วยให้เราแก้ปัญหาได้ตรงจุดและป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำอีก ส่วนใหญ่ปัญหาเบรคติดจะมาจากชิ้นส่วนในระบบเบรคที่มีปัญหา หรือเสื่อมสภาพไปตามอายุการใช้งาน

วิธีแก้เบรคหน้าติด

1. ปัญหาลูกสูบเบรคติดขัด (สนิม/ตะกรันเกาะ)

สาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของ อาการลูกสูบเบรคติด คือ ลูกสูบดิสเบรค ที่มีสนิมหรือตะกรันเกาะ ทำให้ลูกสูบเคลื่อนที่ไม่ลื่นไหล เมื่อเหยียบเบรค ลูกสูบจะดันผ้าเบรคออกไปแนบจานเบรค แต่พอปล่อยเบรค ลูกสูบก็ไม่สามารถกลับเข้าที่เดิมได้สนิท ทำให้ผ้าเบรคยังคงเสียดสีกับจานเบรคอยู่

ลูกสูบดิสเบรค จาก Q.C. Auto Parts ผลิตจากเหล็กคุณภาพสูง ผ่านกระบวนการชุบแข็งโครเมียม (Hard Chrome Plating) ทำให้ผิวเรียบลื่น ไม่มีรูพรุน และที่สำคัญคือไม่เป็นสนิมง่าย แม้ในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงหรือโดนน้ำทะเล ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานและลดปัญหาเบรคติดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. สลักคาลิปเปอร์เบรค (Pin Slide) สกปรกหรือตาย

สลักคาลิปเปอร์เบรค หรือที่เรียกว่า Pin Slide มีหน้าที่ให้คาลิปเปอร์เบรคเลื่อนไปมาได้อย่างลื่นไหล เมื่อเหยียบและปล่อยเบรค ถ้าสลักเหล่านี้มีสนิม หรือขาดจารบีหล่อลื่น จะทำให้คาลิปเปอร์เบรคเคลื่อนที่ไม่ราบรื่น ส่งผลให้เบรคติด หรือทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ ปัญหานี้พบได้บ่อยในรถที่ไม่ค่อยได้ดูแลบำรุงรักษาเป็นประจำ

3. ยางกันฝุ่นหรือซีลลูกสูบเบรคเสียหาย

ซีลหรือยางกันฝุ่นที่อยู่รอบ ลูกสูบดิสเบรค มีหน้าที่ป้องกันไม่ให้ฝุ่น สิ่งสกปรก หรือความชื้นเข้าไปในระบบ ถ้าซีลเสียหาย ฉีกขาด หรือแข็งกรอบ ก็จะทำให้สิ่งสกปรกเข้าไปเกาะที่ลูกสูบได้ ส่งผลให้ลูกสูบเคลื่อนที่ไม่ราบรื่นและเกิดอาการติด ชุดซ่อมยางดิสเบรคจาก Q.C. Auto Parts ผลิตจากยางเกรดพรีเมียม (Brown Viton Rubber) ทนความร้อนสูงถึง 200°C และทนต่อน้ำมันเบรค ไม่บวม ไม่แข็งกรอบ ช่วยยืดอายุการใช้งาน

4. สายเบรคมือตึงเกินไป หรือมีปัญหาสนิมขึ้น

หลายคนอาจไม่คิดว่าเบรคมือจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหานี้ แต่ความจริงแล้ว ถ้าสายเบรคมือตึงเกินไป หรือมีสนิมทำให้สายไม่คลายตัว ก็จะทำให้เบรคหลังติดอยู่ตลอดเวลา ในบางรุ่นรถที่มีระบบเบรคมือแบบใช้กับเบรคหน้า ก็อาจทำให้เบรคหน้าติดได้เช่นกัน การตรวจสอบสายเบรคมือเป็นประจำจึงเป็นสิ่งสำคัญ

5. การเสื่อมสภาพของน้ำมันเบรค หรือสิ่งสกปรกในระบบ

น้ำมันเบรคที่ใช้งานมานาน หรือมีการดูดความชื้นจากอากาศ อาจทำให้คุณสมบัติเปลี่ยนไป มีตะกอน หรือสิ่งสกปรกปะปนอยู่ในระบบ ส่งผลให้การส่งแรงดันไปยัง ลูกสูบดิสเบรค ไม่ราบรื่น หรือทำให้ลูกสูบทำงานไม่เต็มที่ นอกจากนี้ อากาศในระบบเบรคก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหา ดังนั้นการเปลี่ยนน้ำมันเบรคตามระยะที่แนะนำจึงเป็นเรื่องสำคัญ

4 ขั้นตอนการแก้ไขเบรคหน้าติดด้วยตัวเองเบื้องต้น

หลังจากที่เรารู้แล้วว่า อาการลูกสูบเบรคติด เป็นอย่างไรและเกิดจากสาเหตุอะไร คราวนี้มาดูกันว่าเรามีวิธีแก้ไขเบื้องต้นอย่างไรบ้าง ที่คุณสามารถทำได้เองที่บ้านหรืออู่ โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือซับซ้อนมากนัก แต่ควรระวังว่า ถ้าปัญหารุนแรงมาก ควรนำไปให้ช่างมืออาชีพตรวจสอบจะปลอดภัยกว่า

1. ตรวจสอบและทำความสะอาดสลักคาลิปเปอร์เบรค

เริ่มจากการถอดล้อออกและตรวจสอบสลักคาลิปเปอร์เบรค (Pin Slide) ว่ามีสนิมหรือจารบีแห้งติดอยู่หรือไม่ ถ้ามี ให้ทำความสะอาดด้วยแปรงลวดอ่อน ๆ และน้ำยาทำความสะอาด จากนั้นเคลือบจารบีทนความร้อนสูง (High-Temperature Grease) ใหม่อย่างทั่วถึง ขั้นตอนนี้ช่วยให้คาลิปเปอร์เบรคเลื่อนไปมาได้ราบรื่นขึ้น ลดอาการ วิธีแก้เบรคหน้าติด ได้ดีทีเดียว

2. คลายลูกสูบเบรคชั่วคราวด้วยการดันกลับ

ถ้าพบว่า ลูกสูบดิสเบรค ติดค้างอยู่ในตำแหน่งที่ดันผ้าเบรคออกไป คุณสามารถใช้คีมหรือเครื่องมือพิเศษสำหรับดันลูกสูบกลับ โดยค่อย ๆ ดันอย่างระมัดระวัง อย่าใช้แรงมากเกินไปจนทำให้เกิดความเสียหาย วิธีนี้เป็นแค่การแก้ไขชั่วคราว หากพบว่าลูกสูบมีสนิมหรือตะกรันเกาะมาก ควรเปลี่ยน ลูกสูบดิสเบรค ใหม่จะดีกว่า เลือกใช้ลูกสูบคุณภาพจาก Q.C. Auto Parts ที่ผ่านการชุบแข็งโครเมียม เพื่อป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดซ้ำ

3. ตรวจสอบและเติมน้ำมันเบรค

ตรวจดูระดับน้ำมันเบรคในถังพัก ถ้าต่ำเกินไป ให้เติมเพิ่มจนถึงระดับที่แนะนำ แต่ถ้าน้ำมันเบรคมีสีดำหรือขุ่น ควรพิจารณาเปลี่ยนน้ำมันเบรคทั้งระบบและล้างระบบให้สะอาด การมีน้ำมันเบรคที่สะอาดและคุณภาพดีจะช่วยให้ระบบเบรคทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดโอกาสเกิดอาการลูกสูบเบรคติดได้อีกด้วย

4. ข้อควรระวังในการขับรถต่อไปเมื่อเบรคติด

หลังจากทำการแก้ไขเบื้องต้นแล้ว ควรทดสอบรถโดยขับไปสักระยะหนึ่งและสังเกตอาการ ถ้ายังพบว่ามีปัญหา เช่น ล้อยังคงร้อน รถยังคงอืด หรือมีกลิ่นไหม้ ไม่ควรขับรถต่อไปเด็ดขาด เพราะอาจเกิดอันตรายได้ ควรนำรถเข้าอู่เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดและเปลี่ยนชิ้นส่วนที่มีปัญหาให้เรียบร้อย

สรุป

วิธีแก้เบรคหน้าติด ไม่ใช่เรื่องยากเกินไปที่จะดูแลเอง หากคุณเข้าใจสาเหตุและอาการของปัญหา การตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบเบรคเป็นประจำจะช่วยป้องกันปัญหา อาการลูกสูบเบรคติด ไม่ให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดสลักคาลิปเปอร์ การตรวจสอบสภาพซีล หรือการเปลี่ยนลูกสูบดิสเบรคเมื่อจำเป็น

ทำไมควรเชื่อถือคำแนะนำจาก Q.C. Auto Parts

เมื่อต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนระบบเบรค การเลือกใช้อะไหล่คุณภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญ Q.C. Auto Parts มีประสบการณ์มากว่า 20 ปีในการจำหน่ายอะไหล่รถยนต์คุณภาพ ภายใต้แบรนด์ที่ได้รับความเชื่อมั่น เช่น TAIFU, HI-TRUX, FIX-DRIVE, GAX, OKUL, NUK และ KAO-TOTA พร้อมทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้คำแนะนำ

หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับระบบเบรค สามารถติดต่อเราได้ที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด คิวซี ออโตพาร์ท (Q.C. Auto Parts)
📍 ที่อยู่: 149 ตรอกสะพานยาว ถนนมหาเศรษฐ์ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพฯ
⏰ เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 9.00 – 18.00 น.
📞 เบอร์โทร: 022349388
💬 Line: LINE

สโลแกนโลเร็ม อิปซัม คำไกด์ไลน์เท่านั้น

โลเร็มอิปซัม คำไกด์ไลน์เท่านั้น โลเร็มอิปซัมคำไกด์ไลน์เท่านั้น
โลเร็มอิปซัม คำไกด์ไลน์เท่านั้น โลเร็มอิปซัมคำไกด์ไลน์เท่านั้นโลเร็มอิปซัม คำไกด์ไลน์เท่านั้นโลเร็มอิปซัมคำไกด์ไลน์เท่านั้น
โลเร็มอิปซัม คำไกด์ไลน์เท่านั้น โลเร็มอิปซัมคำไกด์ไลน์เท่านั้น

บทความที่เกี่ยวข้อง

คัปปลิ้ง (Coupling) คืออะไร? เจาะลึกคัปปลิ้งแบบต่างๆที่ใช้ในอุตสาหกรรม พร้อมวิธีการเลือกใช้งาน

คัปปลิ้ง (Coupling) คืออะไร? หน้าที่ ประเภท ปัญหา และวิธีแก้ไขครบจบ

ดิสเบรค

ดรัมเบรก กับ ดิสเบรค คืออะไร? ความแตกต่าง แล้วเลือกแบบไหนดีกว่ากัน